“ภาพยนตร์รักศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีที่ดำเนินเรื่องเนิบนาบ แทนที่ความเคลื่อนไหวด้วยการดราม่า 'Memories of the Sword' เป็นภาพยนตร์ย้อนยุคที่ดูดีแต่เชื่องช้า”
Maggie Lee
Variety

South Korea"ดาบสามเล่ม ชะตากรรมเดียว และหนี้เลือดที่ต้องชดใช้"
ภาพยนตร์ดราม่าแอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์จากเกาหลีใต้เรื่องนี้ มีฉากหลังอยู่ในช่วงปลายยุคราชวงศ์โครยอ เล่าเรื่องราวการเดินทางของหญิงสาวเพื่อแก้แค้น หลังจากมารดาของเธอถูกหักหลังและสังหาร กำกับโดย พัค ฮึง-ซิก นำแสดงโดย คิม โก-อึน รับบทเป็น ฮง-อี นักดาบฝึกหัดผู้เปี่ยมจิตวิญญาณ ร่วมด้วย อี บยอง-ฮุน รับบทเป็น ยู-แบ็ก นักรบผู้ทรงอำนาจผู้รับผิดชอบต่อการล่มสลายของมารดาของเธอ และ จอน โด-ยอน รับบทเป็น ซอล-รัง นักสู้ผู้ชำนาญการซึ่งมีอดีตอันซับซ้อนของตนเอง แบ ซู-บิน ปรากฏตัวในบท พุง-ชุน พันธมิตรผู้ภักดี และ อี จุน-โฮ ในบท ยูล เพิ่มมิติให้กับเครือข่ายความภักดีที่พันกันยุ่งเหยิง
ผลิตโดย Lotte Entertainment และ TPS Company โดยมี คิม บยอง-ซอ เป็นผู้กำกับภาพ และ Mowg เป็นผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบ ภาพยนตร์เรื่องนี้ผสมผสานการต่อสู้ด้วยดาบที่ดุเดือดเข้ากับบรรยากาศที่มืดมนและอาบไปด้วยสายฝน เข้าฉายเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2015 มีความยาวกว่าสองชั่วโมง และมีโทนที่หดหู่ น่าเศร้า ซึ่งแตกต่างจากภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ที่ฉูดฉาดกว่า แม้ว่าจะไม่สามารถทำลายสถิติรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศได้ แต่ก็ได้รับคะแนนเฉลี่ย 6.6 จากการโหวตของผู้ใช้ ซึ่งสะท้อนถึงการตอบรับที่หลากหลาย โดยมีการชื่นชมการแสดง แต่ก็มีการวิจารณ์เรื่องจังหวะ พัค ฮึง-ซิก ผู้เป็นที่รู้จักจากละครที่เน้นตัวละคร นำพาความหนักหน่วงอันน่าเศร้ามาสู่เรื่องราวการแก้แค้น ทำให้เป็นผลงานที่หดหู่ในแนวนี้ มากกว่าจะเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นที่ถูกใจผู้ชมทั่วไป
ความพร้อมให้บริการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบบนเว็บไซต์ผู้ให้บริการก่อนซื้อ
ในช่วงปลายยุคราชวงศ์โครยอ นักรบในตำนานสามคน ยู-แบ็ก, ซอล-รัง และ พุง-ชุน ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันในการกบฏต่อต้านระบอบกษัตริย์ที่ฉ้อฉล ตลอดทั้งสามคนมีความฝันร่วมกันที่จะโค่นล้มทรราชและนำความยุติธรรมมาสู่ประชาชนทั่วไป แต่เป้าหมายอันสูงส่งของพวกเขาก็แตกสลายลง เมื่อยู-แบ็ก ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยความทะเยอทะยานและการเอาตัวรอด หักหลังสหายของเขา พุง-ชุน ถูกสังหาร และซอล-รัง ก็ถูกสันนิษฐานว่าเสียชีวิต ยู-แบ็ก ก้าวขึ้นสู่อำนาจมหาศาล กลายเป็นหนึ่งในนักรบที่น่าเกรงขามที่สุดในอาณาจักร
หลายปีต่อมา เรื่องราวก็เปลี่ยนมาที่ ฮง-อี หญิงสาวผู้เปี่ยมจิตวิญญาณ ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างโดดเดี่ยวโดยแม่บุญธรรมตาบอดของเธอ ซอล-รัง ซึ่งจริงๆ แล้วคือ ซอล-รัง ที่รอดชีวิตจากการหักหลังและหลบซ่อนตัว ซอล-รัง ได้ใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนฮง-อีในวิชาดาบด้วยจุดประสงค์เดียว คือเพื่อแก้แค้นให้กับบิดาผู้ให้กำเนิดของฮง-อี คือ พุง-ชุน และโค่นล้มยู-แบ็ก ฮง-อีเติบโตขึ้นมาโดยเชื่อว่าภารกิจของเธอชอบธรรม ถูกฝึกฝนให้เป็นนักสู้ที่ดุร้าย แม้จะยังเด็ก เธอยังได้รับการช่วยเหลือจากพุง-ชุน ซึ่งรอดชีวิตจากการสังหารหมู่ครั้งแรก และปัจจุบันปฏิบัติการอย่างลับๆ คอยจับตาดูเธอจากระยะไกล
ความขัดแย้งหลักปะทุขึ้นเมื่อฮง-อีปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่มเข้าแข่งขันฟันดาบที่มีเดิมพันสูง การเคลื่อนไหวที่กล้าหาญนี้ดึงดูดความสนใจของยู-แบ็กเอง การเผชิญหน้าครั้งนี้จุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องที่บังคับให้ตัวละครที่รอดชีวิตทั้งหมดต้องเผชิญหน้ากับอดีตของตนเอง ยู-แบ็ก ซึ่งปัจจุบันเป็นบุคคลผู้ทรงอำนาจและสับสน รู้สึกถึงความคุ้นเคยในตัวนักสู้หนุ่ม ขณะที่ซอล-รัง ต่อสู้กับความรู้สึกผิด ความลับ และภาระของคำโกหกที่เธอเคยบอกกับลูกสาวบุญธรรมของเธอ เรื่องราวสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน เผยให้เห็นสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งของความภักดี ความรัก และการหักหลังที่เชื่อมโยงนักรบดั้งเดิมทั้งสามเข้าไว้ด้วยกัน ขณะที่ฮง-อียังคงมุ่งมั่นในภารกิจการแก้แค้นของเธอ เธอก็เริ่มเปิดเผยความจริงที่ไม่สบายใจเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเธอ การตัดสินใจของมารดา และขอบเขตทางศีลธรรมที่ซับซ้อนของความขัดแย้งที่เธอได้รับมา
โทนของภาพยนตร์เรื่องนี้หดหู่ อาบไปด้วยสายฝน และน่าเศร้า ซึ่งทำให้แตกต่างจากภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ที่ฉูดฉาดกว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ความสำคัญกับผลกระทบทางอารมณ์และจิตใจของการแก้แค้นน้อยกว่าการออกแบบท่าเต้นการต่อสู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เรื่องราวดำเนินไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างฮง-อีและยู-แบ็ก แต่ระหว่างทาง ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สำรวจธีมของการให้อภัย ธรรมชาติของความรุนแรงที่วนเวียน และไม่ว่าบาปในอดีตจะสามารถลบล้างได้จริงหรือไม่ ภาพยนตร์มีความยาวประมาณ 120 นาที และมีบรรยากาศที่หดหู่ น่าเศร้า ซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนทางศีลธรรมของตัวละคร
MEMORIES OF THE SWORD Main Trailer
ความเห็นโดยรวมจากนักวิจารณ์
บทวิจารณ์สำหรับ Memories of the Sword นั้นมีทั้งแบบผสมและเชิงลบ นักวิจารณ์ชื่นชมความประณีตด้านภาพและการแสดงของนักแสดงนำ โดยเฉพาะ จอน โด-ยอน แต่ก็วิจารณ์ว่าโครงเรื่องสับสน จังหวะไม่สม่ำเสมอ และน้ำเสียงดราม่าเกินจริง ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นผลงานที่งดงามตระการตาแต่มีเนื้อหาที่สับสนในแนวแอ็คชั่นย้อนยุคของเกาหลี ซึ่งขาดพลังความเคลื่อนไหวเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ ในยุคเดียวกัน
“ภาพยนตร์รักศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีที่ดำเนินเรื่องเนิบนาบ แทนที่ความเคลื่อนไหวด้วยการดราม่า 'Memories of the Sword' เป็นภาพยนตร์ย้อนยุคที่ดูดีแต่เชื่องช้า”
Maggie Lee
Variety
“เรื่องราวความแค้นที่ซับซ้อนซึ่งเกิดขึ้นในยุคโครยอเมื่อราวพันปีก่อน 'Memories of the Sword' เป็นผลงานที่งดงามตระการตาแต่กระจัดกระจายในด้านการดำเนินเรื่อง”
Clarence Tsui
The Hollywood Reporter
“ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากหลังอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์โครยอ ในตอนแรกติดตามเรื่องราวของหญิงสาวชื่อ ฮง-อี ที่มีความกระตือรือร้นและมั่นใจซึ่งได้เรียนรู้การใช้ดาบ แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความลับถูกเปิดเผย”
ScreenDaily (unnamed)
ScreenDaily
“ละครย้อนยุคได้รับความนิยมอย่างสูงในบ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีตั้งแต่ อี บยอง-ฮอน สร้างปรากฏการณ์ในชาร์ตด้วยเรื่อง 'Masquerade' ในปี 2012 แต่เรื่องนี้ขาดความน่าสนใจและความชัดเจนเมื่อเทียบกับเรื่องก่อนๆ”
Time Out (unnamed)
Time Out
Director
Park Heung-sik
Writers
Park Heung-sik, Choi Ah-reum
Composer
Mowg
Cinematographer
Kim Byung-seo
Producers
Lee Dae-hee, Kim Hyeon-cheol
เข้าร่วมชุมชน
แฟนกำลังพูดคุย