
Heavy D. & the Boyz
United StatesThe Heavy Hitters
แฟนด้อม
4
สมาชิก
เกี่ยวกับ
Heavy D. & the Boyz เป็นกลุ่มฮิปฮอปชาวอเมริกันที่ได้รับการยอมรับจากการแสดงที่เต็มไปด้วยพลังและการผสมผสานฮิปฮอปกับองค์ประกอบของเร้กเก้และป๊อป กลุ่มประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์อย่างมาก โดยอัลบั้ม Big Tyme ปี 1989 ของพวกเขาขึ้นถึงอันดับ 1 บนชาร์ต Top R&B/Hip-Hop Albums ของ Billboard และขายได้มากกว่าหนึ่งล้านชุด เพลงฮิตปี 1991 "Now That We Found Love" กลายเป็นความสำเร็จระดับโลก ขึ้นถึงอันดับ 11 บน Billboard Hot 100 และอันดับ 2 ในสหราชอาณาจักร เป็นที่รู้จักจากเพลงให้กำลังใจและการส่งเสียงร้องที่โดดเด่นและนุ่มนวลจากฟร้อนท์แมน Heavy D เพลงของกลุ่มมักจะข้ามไปสู่ผู้ฟังกระแสหลัก แม้ว่าสมาชิกจะทำโปรเจกต์เดี่ยวและกลุ่มไม่เคยยุบอย่างเป็นทางการ แต่มรดกร่วมของพวกเขาถูกยืนยันหลังจากการเสียชีวิตของ Heavy D ในปี 2011 นำไปสู่การได้รับดาวบน Hollywood Walk of Fame หลังมรณกรรมในปี 2012
เรื่องราวการก่อตั้ง
Heavy D. & the Boyz ก่อตั้งขึ้นใน Mount Vernon, นิวยอร์ก ในปี 1985 โดยมาจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่มักจะพบปะกันที่ Lincoln High School กลุ่มนี้สร้างขึ้นรอบๆ Dwight "Heavy D" Myers ซึ่งแร็ปภายใต้ชื่อนั้นมาตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้น เป็นที่รู้จักจากการส่งเสียงร้องที่นุ่มนวลและมั่นใจ และพรสวรรค์ในการสร้างเพลงให้กำลังใจที่ติดหู Edward "Eddie F" Ferrell เพื่อนสมัยเด็กของเขา ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์และดีเจมือใหม่ที่มีอุปกรณ์บันทึกเสียงและหูที่เฉียบแหลมในการสร้างบีท กระตุ้นให้ Heavy D จัดการงานดนตรีของพวกเขาให้เป็นกลุ่มที่เหมาะสม เพื่อให้ครบสามคน พวกเขาได้คัดเลือก Troy "T-Roy" Dixon นักเต้นผู้มีเสน่ห์ซึ่งการแสดงบนเวทีที่เต็มไปด้วยพลังกลายเป็นจุดเด่นของการแสดงสดของพวกเขา รับผิดชอบท่าเต้นและสร้างความตื่นเต้นให้กับฝูงชน กลุ่มเติบโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากความหลงใหลในดนตรีและการแสดงร่วมกัน โดยไม่มีการฝึกฝนหรือการออดิชั่นอย่างเป็นทางการ Heavy D. & the Boyz ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น ชื่อที่สะท้อนถึงชื่อเล่นของผู้นำและพลวัตของทีม เริ่มแสดงในงานปาร์ตี้ท้องถิ่นและการประกวดความสามารถ สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วจากการแสดงที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยพลัง
ชื่อเสียงในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นของพวกเขาดึงดูดความสนใจที่สำคัญ ในปี 1986 Andre Harrell อดีตแร็ปเปอร์ที่เพิ่งก่อตั้ง Uptown Records สังเกตเห็น Harrell ประทับใจเป็นพิเศษกับการปรากฏตัวบนเวทีที่ทรงพลังของ Heavy D และสไตล์การผลิตที่โดดเด่นของ Eddie F ซึ่งผสมผสานพลังงานดิบของฮิปฮอปเข้ากับอิทธิพลของอาร์แอนด์บีที่ไพเราะได้อย่างชำนาญ โดยตระหนักถึงศักยภาพของพวกเขา Harrell เซ็นสัญญากับกลุ่มใน Uptown Records ค่ายเพลงที่จะกลายเป็นผู้ทรงพลังในดนตรีของคนผิวดำอย่างรวดเร็ว และจัดให้พวกเขาบันทึกอัลบั้มเปิดตัว Heavy D. & the Boyz เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 เมษายน 1987 ด้วยซิงเกิล "Mr. Big Stuff" การก้าวขึ้นมาของกลุ่มในช่วงแรกสิ้นสุดลงด้วยอัลบั้มที่สอง Big Tyme ที่วางจำหน่ายในปี 1989 อัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์อย่างน่าทึ่ง ขึ้นถึงอันดับ 1 บนชาร์ต Top R&B/Hip-Hop Albums ของ Billboard และขายได้มากกว่าหนึ่งล้านชุด ซึ่งเป็นความสำเร็จที่หายากและสำคัญสำหรับกลุ่มแร็ปในเวลานั้น
สมาชิก
สไตล์ดนตรี
Heavy D. & the Boyz เป็นผู้บุกเบิกเสียงนิวแจ็กสวิง การผสมผสานของฮิปฮอป อาร์แอนด์บี และแดนซ์ป๊อปที่ครองช่วงปลายทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 เพลงของพวกเขามีลักษณะเฉพาะคือการผลิตที่เน้นแซมเปิลของ Eddie F ซึ่งดึงมาจากฟังก์ โซล และเร้กเก้ ซ้อนทับด้วยกลองเครื่องที่คมชัดและทำนองที่ติดหู การส่งเสียงร้องของ Heavy D นั้นนุ่มนวลและเหมือนการสนทนา มักจะส่งเนื้อเพลงเชิงบวกและให้ความรู้สึกดีเกี่ยวกับความรัก ความมั่นใจในตนเอง และการปาร์ตี้ แตกต่างจากกลุ่มแร็ปฮาร์ดคอร์หลายกลุ่มในยุคนั้น กลุ่มหลีกเลี่ยงคำหยาบคายและความรุนแรง โดยเน้นที่เพลงที่เข้าถึงได้และเป็นมิตรกับวิทยุ
เสียงของกลุ่มพัฒนาขึ้นตามอัลบั้มต่างๆ ผลงาน早期เช่น Living Large (1987) ดิบและขับเคลื่อนด้วยแซมเปิล มีรากฐานมาจาก boom-bap hip-hop กับ Big Tyme (1989) พวกเขาหันมาใช้การผลิตนิวแจ็กสวิงที่ขัดเกลามากขึ้น ดังตัวอย่างจากเพลงฮิตอย่าง "We Got Our Own Thang" และ "Somebody for Me" Peaceful Journey (1991) นำเอาองค์ประกอบเร้กเก้และป๊อปเข้ามา ในขณะที่ Blue Funk (1992) ใช้สุนทรียศาสตร์ที่มืดหม่นและได้รับอิทธิพลจาก G-funk ด้วยจังหวะที่ช้าลงและเบสที่หนักแน่น อัลบั้มสุดท้ายของพวกเขา Waterbed Hev (1996) เอียงไปทางเสียงฮิปฮอปโซลในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ด้วยเสียงร้องที่นุ่มนวลขึ้นและธีมโรแมนติก
ผลงานเพลง
| ชื่อเรื่อง | ปี |
|---|---|
| Waterbed Hev | 1996 |
| Blue Funk | 1992 |
| Peaceful Journey | 1991 |
| Big Tyme | 1989 |
| Living Large | 1987 |
| Now That We Found Love | 1991 |
| We Got Our Own Thang | 1989 |
| Somebody for Me | 1989 |
| Mr. Big Stuff | 1987 |
ทัวร์
Blue Funk Tour
1993 · 30 shows
Peaceful Journey Tour
1991 · 40 shows
Big Tyme Tour
1989 · 35 shows
อิทธิพลทางวัฒนธรรม
Heavy D. & the Boyz มีบทบาทสำคัญในการนำฮิปฮอปไปสู่ผู้ฟังป๊อปกระแสหลัก ความสำเร็จแบบครอสโอเวอร์ของพวกเขากับ "Now That We Found Love" ช่วยทำลายอุปสรรคทางเชื้อชาติในวิทยุและ MTV ในช่วงเวลาที่แร็ปยังถูกมองว่าเป็นแนวเพลงเฉพาะกลุ่ม สไตล์เชิงบวกและเต้นได้ของกลุ่มทำให้ฮิปฮอปเป็นที่ยอมรับมากขึ้นสำหรับผู้ฟังในเขตชานเมืองและต่างประเทศ ปูทางให้กับศิลปินรุ่นหลังอย่าง Will Smith และ Sean Combs
แฟชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Heavy D สร้อยคอทองคำขนาดใหญ่ หมวก Kangol และเสื้อผ้าหลวมๆ กลายเป็นลุคที่กำหนดของแฟชั่นฮิปฮอปช่วงปลายทศวรรษ 1980 เขายังสนับสนุนการยอมรับรูปร่าง โดยโอบกอดชื่อเล่น "Overweight Lover" และส่งเสริมความรักตนเอง เพลงของกลุ่มมักมีข้อความที่ให้กำลังใจ โดยเพลงอย่าง "Nuttin' but Love" และ "Peaceful Journey" เน้นย้ำถึงชุมชนและความมุ่งมั่น Heavy D แสดงที่ทำเนียบขาวให้กับประธานาธิบดี Bill Clinton ในปี 1994 ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความ appeal ในวงกว้างของกลุ่ม
การเสียชีวิตอันน่าเศร้าของ T-Roy ในปี 1990 เป็นหนึ่งในเหตุการณ์เสียชีวิตที่มีชื่อเสียงครั้งแรกในวงการฮิปฮอป และนำไปสู่ความตระหนักรู้ที่มากขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพจิตในอุตสาหกรรม มรดกของกลุ่มยังคงอยู่ผ่านผลงานของ Eddie F ซึ่งในฐานะส่วนหนึ่งของ The Hitmen ได้กำหนดเสียงของอาร์แอนด์บีและฮิปฮอปในทศวรรษ 1990
วัฒนธรรมแฟนคลับ
ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการของวงคือ "The Heavy Hitters" แฟนๆ ขึ้นชื่อในการโบกผ้าขาวในคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นประเพณีที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1980 และกลายเป็นภาพลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ในการแสดงของพวกเขา ในปี 2022 แฟนๆ ได้จัด "วัน Heavy D." ในเมือง Mount Vernon รัฐนิวยอร์ก เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีของวงและมรดกของ Heavy D. วงไม่มีไม้ไฟหรือสีประจำวงอย่างเป็นทางการ แต่เพลงของพวกเขายังคงดึงดูดผู้ฟังใหม่ๆ ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ช่อง YouTube อย่างเป็นทางการมีผู้ติดตามมากกว่า 50,000 คน และบัญชีโซเชียลมีเดียที่ดำเนินการโดยแฟนๆ ช่วยรักษาความทรงจำของวงให้คงอยู่
รางวัลที่ได้รับ (11)
Heavy D. & the Boyz ชนะรางวัล Soul Train Music Awards สามรางวัล, American Music Award หนึ่งรางวัล และ Billboard Music Award หนึ่งรางวัล ซิงเกิล "Now That We Found Love" ปี 1991 ทำให้พวกเขาได้รับรางวัล Billboard No. 1 Rap Single วงยังได้รับรางวัล NAACP Image Award สาขา Outstanding Rap Artist ในปี 1992
อันดับ 1 ซิงเกิลแร็พ
for: Now That We Found Love
ศิลปิน Rap/Hip-Hop ที่ชื่นชอบ
มิวสิกวิดีโอ R&B/โซล หรือแร็ปยอดเยี่ยม
for: Got Me Waiting
อัลบั้มแร็พยอดเยี่ยม
for: Peaceful Journey
Best Rap Single
for: We Got Our Own Thang
สุดยอดศิลปินแร็ป
เหตุการณ์สำคัญ
Won American Music Award for Favorite Rap/Hip-Hop Artist, first rap group to do so.
"Now That We Found Love" became the longest-charting rap single on the Billboard Hot 100 at the time, spending 26 weeks.
Big Tyme became the first rap album to sell over 1 million copies without a Top 10 Hot 100 single.
T-Roy died from a fall at a party in Indianapolis on July 15.
เกร็ดน่ารู้
ชื่อในวงการของ Heavy D ถูกตั้งโดยเพื่อนในวัยเด็กเนื่องจากน้ำหนักของเขา และ "the Boyz" หมายถึงทีมของเขา Eddie F ร่วมก่อตั้งทีมโปรดิวเซอร์ The Hitmen กับ P. Diddy ซึ่งผลิตเพลงฮิตให้กับ Jodeci, Mary J. Blige และ The Notorious B.I.G. การเสียชีวิตของ T-Roy จากการตกในงานปาร์ตี้ที่ Indianapolis ในปี 1990 ถูกอ้างถึงในเพลง "I'll Be There for You" ของ Method Man Heavy D มีอาชีพการแสดงที่ประสบความสำเร็จ ปรากฏตัวในภาพยนตร์อย่าง Life (1999) และ The Cider House Rules (1999) และในรายการทีวีอย่าง The Fresh Prince of Bel-Air วงได้ร่วมงานกับ Michael Jackson ในซิงเกิล "Jam" ปี 1992
คำสำคัญ
ข้อมูลโดยย่อ
- ประเภท
- Hip-Hop Group
- ต้นกำเนิด
- สหรัฐอเมริกา
- สมาชิก
- 4
- สถานะ
- Inactive
ข้อมูลกลุ่ม
- แฟนด้อม
- The Heavy Hitters
- ก่อตั้ง
- 1985
- เดบิวต์
- 1987-04-11
- เพลงเดบิวต์
- Mr. Big Stuff
- ต้นกำเนิด
- Mount Vernon, New York, United States
- ค่ายเพลง
- Uptown Records
- สถานะ
- ยุบวงแล้ว
โซเชียลมีเดีย
เข้าร่วมชุมชน
แฟนกำลังพูดคุย